ทำวัตรเช้า เป็นกิจวัตรสำคัญทางพระพุทธศาสนา ที่ช่วยให้ผู้ปฏิบัติได้เริ่มต้นวันใหม่ด้วยจิตใจที่สงบ ตั้งมั่นในคุณพระรัตนตรัย และระลึกถึงพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ และพระสังฆคุณ
การทำวัตรเช้าไม่เพียงเป็นการสวดมนต์ตามแบบแผน แต่ยังเป็นการฝึกสติ ปรับอารมณ์ และเตรียมใจให้พร้อมต่อการดำเนินชีวิตในแต่ละวัน
บททำวัตรเช้ามักประกอบด้วยการไหว้พระ บทสรรเสริญคุณพระรัตนตรัย และบทแผ่เมตตา ซึ่งช่วยให้จิตใจอ่อนโยน
ลดความฟุ้งซ่าน และเสริมพลังใจให้เข้มแข็งเหมาะสำหรับทั้งพระสงฆ์และพุทธศาสนิกชนทั่วไป ไม่ว่าจะสวดที่วัด ที่บ้าน หรือสถานที่ทำงาน
ในชีวิตประจำวันของผู้คนที่เต็มไปด้วยความเร่งรีบ การทำวัตรเช้าถือเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ ที่ช่วยให้เราได้หยุดนิ่ง ทบทวนตนเอง และตั้งเจตนาในการคิดดี พูดดี และทำดี
ก่อนออกไปเผชิญกับภารกิจต่างๆ การสวดทำวัตรเช้าอย่างสม่ำเสมอ ยังช่วยปลูกฝังความมีระเบียบวินัยทางใจ สร้างความสงบภายใน และเสริมความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต
เมื่อเริ่มต้นวันด้วยจิตใจที่สงบและมีสติ ย่อมส่งผลให้ทั้งวันดำเนินไปอย่างราบรื่น และเต็มไปด้วยพลังแห่งความดีอย่างยั่งยืน
7 บทสวดมนต์ ทำวัตรเช้า (ไม่จำเป็นต้องท่องคำแปล)
1. คำบูชาพระรัตนตรัย
อะระหัง สัมมา สัมพุทโธ ภะคะวา, พุทธัง ภะคะวันตัง อภิวา เทมิ. (กราบ)
สวาก ขาโต ภะคะวะตา ธัมโม, ธัมมัง นะมัสสามิ. (กราบ)
สุปะฏิป ปันโน ภะคะวะโต สาวะ กะสังโฆ, สังฆัง นะมามิ. (กราบ)
พระผู้มีพระภาคเจ้า, เป็นพระอรหันต์ ดับเพลิงกิเลส เพลิงทุกข์สิ้นเชิง ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง
ข้าพเจ้า ขออภิวาท พระผู้มีพระภาคเจ้า, ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน (กราบ)
พระธรรม เป็นธรรมที่ พระผู้มีพระภาคเจ้า, ตรัสไว้ดีแล้ว , ข้าพเจ้า ขอนมัสการ พระธรรม (กราบ)
พระสงฆ์สาวก ของพระผู้มีพระภาคเจ้า, ปฏิบัติดีแล้ว ข้าพเจ้า ขอนอบน้อมพระสงฆ์ (กราบ)
2. ปุพพภาคนมการ
(หันทะมะยัง พุทธัสสะ ภะคะวะโต ปุพพะภาคะ นะมะการัง กะโรมะเส)
เชิญเถิด เราทั้งหลาย ทำความนอบน้อม อันเป็นส่วนเบื้องต้น แด่ พระผู้มีพระภาคเจ้า เถิด
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต,
ขอนอบน้อม แด่ พระผู้มีพระภาคเจ้า พระองค์นั้น
อะระหะโต,
ซึ่งเป็นผู้ ไกลจากกิเลส
สัมมา สัมพุท ธัสสะ.
ตรัสรู้ ชอบได้ โดยพระองค์เอง
(กล่าว ๓ ครั้ง)
3. บทสวดพุทธาภิถุติ
(หันทะมะยัง พุทธาภิถุติง กะโร มะเส)
เชิญเถิด เราทั้งหลาย ทำความชมเชย เฉพาะ พระพุทธเจ้าเถิด
โยโส ตะถา คะโต
พระตถาคต เจ้านั้น พระองค์ใด
อะระหัง
เป็นผู้ไกลจาก กิเลส
สัมมาสัมพุทโธ
เป็นผู้ตรัสรู้ ชอบได้โดย พระองค์เอง
วิชชา จะระณะ สัมปันโน
เป็นผู้ถึงพร้อม ด้วยวิชชา และ จรณะ
สุคะโต
เป็นผู้ไปแล้ว ด้วยดี
โลกะวิทู
เป็นผู้รู้โลก อย่างแจ่มแจ้ง
อะนุตตะโร ปุริสะทัม มะสาระถิ
เป็นผู้สามารถ ฝึกบุรุษ ที่สมควร ฝึกได้อย่าง ไม่มีใคร ยิ่งกว่า
สัตถา เทวะมะนุสสานัง
เป็นครู ผู้สอน ของเทวดา และ มนุษย์ทั้งหลาย
พุทโธ
เป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน ด้วยธรรม
ภะคะวา
เป็นผู้มีความจำเริญ จำแนกธรรม สั่งสอนสัตว์
โยอิมัง โลกังสะเทวะกัง สะมาระกัง สะพรัหมะกัง, สัสสะมะณะ พราหมะณิง
ปะชังสะเทวะ มะนุสสัง สะยัง อะภิญญา สัจฉิกัตวา ปะเวเทสิ
พระผู้มีพระภาคเจ้า พระองค์ใด, ได้ทรงทำ ความดับทุกข์ ให้แจ้ง ด้วยพระ ปัญญาอันยิ่ง เองแล้ว,
ทรงสอนโลกนี้ พร้อมทั้ง เทวดา มาร พรหม และ หมู่สัตว์ พร้อมทั้ง สมณพราหมณ,์
พร้อมทั้ง เทวดา และ มนุษย์ให้รู้ตาม
โยธัมมัง เทเสสิ
พระผู้มี พระภาคเจ้า พระองค์ใด ทรงแสดงธรรม แล้ว
อาทิ กัลยาณัง
ไพเราะ ในเบื้องต้น
มัชเฌ กัลยาณัง
ไพเราะ ในท่ามกลาง
ปะริโย สานะกัลยาณัง
ไพเราะ ในที่สุด
สาตถัง สะพยัญ ชะนัง เกวะละ ปะริปุณณัง ปะริสุทธัง พรัหมะจะริยัง ปะกาเสสิ
ทรงประกาศ พรหมจรรย์ คือ แบบแห่งการปฏิบัติ อันประเสริฐ บริสุทธิ์ บริบูรณ์ สิ้นเชิง,
พร้อมทั้งอรรถะ (คำอธิบาย) พร้อมทั้งพยัญชนะ (หัวข้อ)
ตะมะหัง ภะคะ วันตัง อะภิปู ชะยามิ
ข้าพเจ้า บูชาอย่างยิ่ง เฉพาะ พระผู้มีพระภาคเจ้า พระองค์นั้น
ตะมะหัง ภะคะวันตัง สิระสา นะมามิ
ข้าพเจ้า นอบน้อม พระผู้มีพระภาคเจ้า พระองค์นั้น ด้วยเศียรเกล้า
(กราบระลึก พระพุทธคุณ)
4. บทสวดมนต์ ธัมมาภิถุติ
(หันทะ มะยัง ธัมมาภิถุติง กะโรมะเส)
เชิญเถิด เราทั้งหลาย ทำความชมเชย เฉพาะพระธรรมเถิด
โยโส สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม
พระธรรมนั้นใด, เป็นสิ่งที่ พระผู้มีพระภาคเจ้า ได้ตรัสไว้ ดีแล้ว
สันทิฏฐิโก
เป็นสิ่งที่ผู้ศึกษา และ ปฏิบัติพึงเห็นได้ ด้วยตนเอง
อะกาลิโก
เป็นสิ่งที่ปฏิบัติได้ และ ให้ผลได้ ไม่จำกัดกาล
เอหิปัสสิโก
เป็นสิ่งที่ควรกล่าว กะผู้อื่นว่า ท่านจงมาดู เถิด
โอปะนะยิโก
เป็นสิ่งที่ ควรน้อม เข้ามาใส่ตัว
ปัจจัตตัง เวทิ ตัพโพ วิญญููหิ
เป็นสิ่งที่ ผู้รู้ ก็รู้ได้ เฉพาะตน
ตะมะหัง ธัมมัง อะภิปู ชะยามิ
ข้าพเจ้า บูชาอย่างยิ่ง เฉพาะ พระธรรมนั้น
ตะมะหัง ธัมมัง สิระสา นะมามิ
ข้าพเจ้า นอบน้อม พระธรรมนั้น ด้วยเศียรเกล้า
(กราบระลึกพระธรรมคุณ)
5. บทสวดสังฆาภิถุติ
หันทะมะยัง สังฆาภิถุติง กะโรมะเส
เชิญเถิด เราทั้งหลาย ทำความชมเชย เฉพาะ พระสงฆ์เถิด
โยโส สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ
สงฆ์สาวก ของพระผู้มีพระภาคเจ้า นั้นหมู่ใด ปฏิบัติดีแล้ว
อุชุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ
สงฆ์สาวก ของพระผู้มีพระภาคเจ้า หมู่ใด ปฏิบัติตรงแล้ว
ญายะปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ
สงฆ์สาวก ของพระผู้มีพระภาคเจ้า หมู่ใด, ปฏิบัติเพื่อรู้ธรรม เป็นเครื่องออกจากทุกข์ แล้ว
สามีจิปะฏิ ปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ
สงฆ์สาวก ของ พระผู้มีพระภาคเจ้าหมู่ใด, ปฏิบัติสมควรแล้ว
ยะทิทัง
ได้แก่ บุคคลเหล่านี้ คือ
จัตตาริปุริสะยุคานิ อัฏฐะปุริสะปุคคะลา
คู่แห่งบุรุษ ๔ คู่, นับเรียงตัวบุรุษได้ ๘ บุรุษ
* สี่คู่ คือ โสดาปัตติมรรค โสดาปัตติผล, สกิทาคามิมรรค สกิทาคามิผล,
อนาคามิมรรค อนาคามิผล, อรหัตตมรรค อรหัตตผล
เอสะ ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ
นั่นแหละ สงฆ์สาวก ของ พระผู้ มีพระภาคเจ้า
อาหุเนยโย
เป็นสงฆ์ ควรแก่ สักการะ ที่เขานำมา บูชา
ปาหุเนยโย
เป็นสงฆ์ ควรแก่ สักการะ ที่เขาจัดไว้ต้อนรับ
ทักขิเณยโย
เป็นผู้ควร รับทักษิณา ทาน
อัญชะลี กะระณีโย
เป็นผู้ที่ บุคคล ทั่วไปควร ทำอัญชลี
อะนุตตะรัง ปุญญักเขตตัง โลกัสสะ
เป็นเนื้อนาบุญ ของโลก, ไม่มีนาบุญ อื่นยิ่งกว่า
ตะมะหัง สังฆัง อะภิปู ชะยามิ
ข้าพเจ้า บูชาอย่างยิ่ง เฉพาะพระสงฆ์ หมู่นั้น
ตะมะหัง สังฆัง สิระสา นะมามิ
ข้าพเจ้า นอบน้อม พระสงฆ์หมู่นั้น ด้วยเศียรเกล้า
(กราบระลึกพระสังฆคุณ)
6. บทสวดมนต์ รตนัตตยัปปณามคาถา
(หันทะ มะยัง ระตะนัต ตะยัป ปะณา มะคาถาโย เจวะ
สังเวคะ วัตถุ ปะริ กิตตะนะ ปาฐัญจะ ภะณามะ เส)
เชิญเถิด เราทั้งหลาย กล่าวคำนอบน้อม พระรัตนตรัย และ บาลีที่กำหนด วัตถุเครื่องแสดง ความสังเวชเถิด
พุทโธ สุสุทโธ กะรุณา มะหัณ ณะโว
พระพุทธเจ้า ผู้บริสุทธิ์ มีพระกรุณา ดุจห้วงมหรรณพ
โยจจันตะ สุทธัพ พะระ ญาณะโล จะโน
พระองค์ใด มีตา คือ ญาณอันประเสริฐ หมดจดถึงที่สุด
โลกัสสะ ปาปู ปะกิเลสะ ฆาตะโก
เป็นผู้ฆ่าเสีย ซึ่งบาป และ อุปกิเลส ของโลก
วันทามิ พุทธัง อะหะ มาทะ เรนะตัง
ข้าพเจ้า ไหว้ พระพุทธเจ้าพระองค์นั้น โดยใจเคารพเอื้อเฟื้อ
ธัมโม ปะที โป วิยะ ตัสสะ สัตถุโน
พระธรรม ของ พระศาสดา สว่างรุ่งเรือง เปรียบดวงประทีป
โย มัคคะ ปากา มะตะ เภทะ ภินนะโก
จำแนกประเภท คือ มรรค ผล นิพพาน, ส่วนใด
โลกุต ตะโร โย จะ ตะทัต ถะที ปะโน
ซึ่งเป็นตัว โลกุตตระ, และ ส่วนใด ที่ชี้แนว แห่งโลกุตตระ นั้น
วันทามิ ธัมมัง อะหะ มาทะ เรนะตัง
ข้าพเจ้า ไหว้พระธรรม นั้น โดยใจเคารพเอื้อเฟื้อ
สังโฆ สุเขตตา ภยะติ เขตตะ สัญญิโต
พระสงฆ์ เป็นนาบุญ อันยิ่งใหญ่ กว่านาบุญอันดี ทั้งหลาย
โย ทิฏฐะ สันโต สุคะตา นุโพธะโก
เป็นผู้เห็น พระนิพพาน, ตรัสรู้ ตามพระสุคต, หมู่ใด
โลลัป ปะหีโน อะริโย สุเมธะโส
เป็นผู้ละกิเลส เครื่องโลเล เป็นพระอริยเจ้า มีปัญญาดี
วันทามิ สังฆัง อะหะ มาทะ เรนะตัง
ข้าพเจ้า ไหว้ พระสงฆ์หมู่นั้น โดยใจเคารพเอื้อเฟื้อ
อิจเจวะ เม กันตะ ภิปู ชะเนย ยะกัง, วัตถุต ตะยัง วันทะ ยะตา ภิสัง ขะตัง,
ปุญญัง มะยา ยัง มะมะ สัพพุ ปัททะวา,มา โหนตุ เว ตัสสะ ปะภาวะ สิทธิยา
บุญใดที่ ข้าพเจ้า ผู้ไหว้อยู่ ซึ่งวัตถุสาม, คือ พระรัตนตรัย อันควรบูชายิ่ง โดยส่วนเดียว,
ได้กระทำแล้ว เป็นอย่างยิ่งเช่นนี้, ขออุปัทวะ(ความชั่ว) ทั้งหลาย,
จงอย่ามี แก่ข้าพเจ้า เลย, ด้วยอำนาจความสำเร็จ อันเกิดจากบุญ นั้น
7. บท ทำวัตรเช้า สังเวคปริกิตตนปาฐะ
อิธะ ตะถา คะโต โลเก อุปปัน โน
พระตถาคตเจ้า เกิดขึ้นแล้ว ในโลกนี้
อะระหัง สัมมา สัมพุทโธ
เป็นผู้ไกล จากกิเลส ตรัสรู้ ชอบได้โดยพระองค์เอง
ธัมโม จะ เทสิโต นิยยา นิโก
และ พระธรรม ที่ทรงแสดง เป็นธรรม เครื่องออกจากทุกข์
อุปะสะ มิโก ปะริ นิพพา นิโก
เป็นเครื่อง สงบกิเลส เป็นไปเพื่อ ปรินิพพาน
สัมโพธะ คามี สุคะ ตัปปะ เวทิโต
เป็นไปเพื่อ ความรู้พร้อม, เป็น ธรรมที่ พระสุคตประกาศ
มะยันตัง ธัมมัง สุตวา เอวัง ชานา มะ
พวกเรา เมื่อได้ฟังธรรม นั้นแล้ว, จึงได้รู้อย่างนี้ว่า ฃ
ชาติปิ ทุกขา, แม้ความเกิดก็เป็นทุกข์
ชะราปิ ทุกขา, แม้ความแก่ก็เป็นทุกข์
มะระณัมปิ ทุกขัง, แม้ความตายก็เป็นทุกข์
โสกะ ปะริ เทวะ ทุกขะ โทมะนัส สุปายา สาปิ ทุกขา,
แม้ความโศก ความร่ำไร รำพัน ความไม่สบายกาย ความไม่สบายใจ ความคับแค้นใจ ก็เป็นทุกข์
อัปปิ เยหิ สัมปะ โยโค ทุกโข
ความประสบ กับสิ่งไม่เป็น ที่รักที่พอใจ ก็เป็นทุกข์
ปิเยหิ วิปปะ โยโค ทุกโข,
ความพลัดพราก จากสิ่ง เป็นที่รักที่พอใจ ก็เป็นทุกข์
ยัมปิจฉัง นะ ละภะติ ตัมปิ ทุกขัง,
มีความปรารถนา สิ่งใด ไม่ได้สิ่งนั้น นั่นก็เป็นทุกข์
สังขิต เตนะ ปัญจุ ปาทา นักขันธา ทุกขา,
ว่าโดยย่อ อุปาทานขันธ์ ทั้ง ๕ เป็นตัวทุกข์
เสยยะถีทัง, ได้แก่สิ่งเหล่านี้ คือ
รูปู ปาทา นักขันโธ,
ขันธ์ อันเป็นที่ตั้ง แห่งความยึดมั่น คือ รูป
เวทะนู ปาทา นักขันโธ,
ขันธ์ อันเป็นที่ตั้ง แห่งความยึดมั่น คือ เวทนา
สัญญูปาทา นักขันโธ,
ขันธ์ อันเป็นที่ตั้งแห่งความยึดมั่น คือ สัญญา
สังขา รูปา ทานัก ขันโธ,
ขันธ์ อันเป็นที่ตั้ง แห่งความยึดมั่น คือ สังขาร
วิญญาณู ปาทา นักขันโธ,
ขันธ์ อันเป็นที่ตั้ง แห่งความยึดมั่น คือ วิญญาณ
เยสัง ปะริญ ญายะ,
เพื่อให้สาวก กำหนดรอบรู้ อุปาทานขันธ์ เหล่านี้ เอง,
ธะระมาโน โส ภะคะวา,
จึงพระผู้มีพระภาคเจ้านั้น เมื่อยังทรงพระชนม์อยู่,
เอวัง พะหุลัง สาวะเก วิเนติ,
ย่อมทรงแนะนำ สาวกทั้งหลาย เช่นนี้ เป็นส่วนมาก
เอวัง ภาคา จะ ปะนัสสะ ภะคะ วะโต สาวะ เกสุ อะนุ สาสะนี พะหุลา ปะวัตติ ตะติ,
อนึ่ง คำสั่งสอนของพระผู้มีพระภาคเจ้านั้น, ย่อมเป็นไปในสาวกทั้งหลาย, ส่วนมาก, มีส่วนคือ การจำแนกอย่างนี้ว่า
รูปัง อะนิจจัง, รูปไม่เที่ยง
เวทะนา อะนิจจา, เวทนาไม่เที่ยง
สัญญา อะนิจจา, สัญญาไม่เที่ยง
สังขารา อะนิจจา, สังขารไม่เที่ยง
วิญญาณัง อะนิจจัง, วิญญาณไม่เที่ยง
รูปัง อะนัตตา, รูป ไม่ใช่ ตัวตน
เวทะนา อะนัตตา, เวทนา ไม่ใช่ตัวตน
สัญญา อะนัตตา, สัญญา ไม่ใช่ตัวตน
สังขารา อะนัตตา, สังขาร ไม่ใช่ตัวตน
วิญญาณัง อะนัตตา, วิญญาณ ไม่ใช่ตัวตน
สัพเพ สังขารา อะนิจจา, สังขารทั้งหลาย ทั้งปวง ไม่เที่ยง
สัพเพ ธัมมา อะนัต ตาติ, ธรรมทั้งหลายทั้งปวง ไม่ใช่ตัวตน ดังนี้.
เต (ตา) มะยัง โอติณณา มหะ,
พวกเราทั้งหลาย เป็นผู้ถูกครอบงำ แล้ว
ชาติยา,โดยความเกิด
ชะรามะระเณนะ, โดยความแก่และความตาย
โสเกหิ ปะริ เทเวหิ ทุกเขหิ โทมะนัส เสหิ อุปยา เสหิ,
โดยความโศก ความร่ำไรรำพัน ความไม่สบายกาย ความไม่สบายใจ ความคับแค้นใจ ทั้งหลาย
ทุกโข ติณณา, เป็นผู้ถูกความทุกข์ หยั่งเอาแล้ว
ทุกขะ ปะเรตา, เป็นผู้มีความทุกข์ เป็นเบื้องหน้าแล้ว
อัปเป วะนา มิมัสสะ เกวะ ลัสสะ ทุกขัน ขันธัสสะ อันตะ กิริยา ปัญญา เยถาติ.
ทำไฉน การทำที่สุดแห่งกองทุกข์ ทั้งสิ้นนี้ จะพึ่งปรากฏชัด แก่เราได้.
สำหรับพระภิกษุและสามเณรสวด
จิระ ปะรินิพพุ ตัมปิ ตัง ภะคะ วันตัง อุททิสสะ อะระหัน ตัง สัมมา สัมพุทธัง
เราทั้งหลาย อุทิศเฉพาะ พระผู้มีพระภาคเจ้า ผู้ไกลจากกิเลส
ตรัสรู้ชอบ โดยพระองค์เอง แม้ปรินิพพาน นานแล้ว พระองค์นั้น
สัทธา อะคา รัสมา อะนะ คาริยัง ปัพพะ ชิตา
เป็นผู้มีศรัทธา ออกบวชจากเรือน ไม่เกี่ยวข้องด้วยเรือนแล้ว
ตัสมิง ภะคะ วะติ พรัห์มะ จะริยัง จะรา มะ
ประพฤติซึ่งพรหมจรรย์ ในคำสอนของ พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น
ภิกขูนัง สิกขา สาชีวะ สะมา ปันนา
ถึงพร้อมด้วยสิกขา และ ธรรมเป็นเครื่องเลี้ยงชีวิต ของภิกษุทั้งหลาย
ตัง โน พรัห์มะ จะริยัง อิมัสสะ เกวะ ลัสสะ ทุกขัก ขันธัสสะ อันตะ กิริยายะ สังวัต ตะตุ
ขอให้พรหมจรรย์ ของเราทั้งหลายนั้น จงเป็นไปเพื่อการทำที่สุด แห่งกองทุกข์ทั้งสิ้นนี้ เทอญ ฯ
สำหรับอุบาสก อุบาสิกาสวด
จิระ ปะรินิพพุ ตัมปิ ตัง ภะคะ วันตัง สะระณัง คะตา,
เราทั้งหลาย ผู้ถึงแล้ว ซึ่งพระผู้มีพระภาคเจ้า แม้ปรินิพพานนานแล้ว พระองค์นั้น เป็นสรณะ
ธัมมัญจะ สังฆัญจะ,
ถึงพระธรรมด้วย, ถึงพระสงฆ์ด้วย
ตัสสะ ภะคะ วะโต สาสะนัง ยะถา พะลัง มะ นะ สิกะโรมะ อะนุ ปะฏิปัชชา มะ,
จักทำในใจอยู่ ปฏิบัติตามอยู่ ซึ่งคำสั่งสอน ของพระผู้มีพระภาคเจ้า นั้นตามสติกำลัง
สาสาโน ปะฏิปัตติ,
ขอให้ ความปฏิบัตินั้น ๆ ของเราทั้งหลาย
อิมัสสะ เกวะ ลัสสะ ทุกขัก ขันธัสสะ อันตะ กิริยายะ สังวัต ตะตุ.
จงเป็นไป เพื่อการทำที่สุด แห่งกองทุกข์ ทั้งสิ้นนี้ เทอญ.
” จบ บทสวดมนต์ ทำวัตรเช้า “
หลังจากสวดมนต์ ทำวัตรเช้า แล้ว ควรนั่งสมาธิ เจริญวิปัสสนา กรรมฐาน เป็นเวลา 15 นาที ถึง 1 ชั่วโมง
แล้วจึงกล่าว คำกรวดน้ำ และ คำแผ่เมตตา
คำกล่าวสมาทานสมาธิ
อุกาสะ อุกาสะ ณ โอกาสบัดนี้ ข้าพเจ้า ขอสมาทาน ซึ่ง พระกรรมฐาน ขอ ขณิกสมาธิ อุปจารสมาธิ
อัปปนาสมาธิ พระวิปัสสนาญาณ จงบังเกิดมี ในขันธ สันดาน ของข้าพเจ้า
ข้าพเจ้า จะตั้งสติไว้ ที่ลมหายใจ เข้า-ออก หายใจเข้ารู้ หายใจออกรู้
สามหน และ เจ็ดหน ร้อยหน และ พันหน นับตั้งแต่บัดนี้ เป็นต้นไป เทอญ
บทกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศล หรือ บทกรวดน้ำอิมินา
อิมินา ปุญญะ กัมเม นะ อุปัชฌา ยา คุณุต ตะรา
ด้วยบุญนี้ อุททิศให้ อุปัชฌาย์ ผู้เลิศคุณ
อาจะ ริยู ปะกา ราจะ มาตา ปิตา จะญาตะกา ( ปิยา มะมัง )
และ อาจารย์ ผู้เกื้อหนุน ทั้งพ่อแม่ และ ปวงญาติ
สุริโย จันทิมา ราชา คุณะ วันตา นะราปิ จะ
สูรย์จันทร์ และ ราชา ผู้ทรงคุณ หรือ สูงชาติ
พรัหมะ มารา จะ อินทา จะโลกะ ปาลาจะเทวะตา
พรหม มาร และ อินทราช ทั้งทวยเทพ และ โลกบาล
ยะโม มิตตา มะนุสสา จะมัชฌัตตา เวริกาปิจะ
ยมราช มนุษย์มิตร ผู้เป็นกลาง ผู้จองผลาญ
สัพเพสัตตา สุขี โหนตุ ปุญญา นิปะกะตานิเม
ขอให้ สุขศานติ์ ทุกทั่วหน้า อย่าทุกข์ทน
บุญผอง ที่ข้าทำ จงอำนวยศุภผล
สุขัง จะติวิธัง เทนตุ ขิปปัง ปาเป ถะโวมะตัง
ให้สุขสามอย่างล้น ให้ลุ ถึงนิพพานพลัน
อิมินา ปุญญะ กัมเมนะ อิมินา อุททิ เสนะจะ
ด้วยบุญนี้ ที่เราทำ และ อุทิศให้ ปวงสัตว์
ขิป ปังหัง สุละเภ เจวะ ตัณหุ ปาทา นะเฉทะนัง
เราพลันได้ ซึ่งการตัด ตัวตัณหา อุปาทาน
เย สันตาเน หินา ธัมมา ยาวะ นิพพานะ โตมะมัง
สิ่งชั่วในดวงใจ กว่าเราจะถึงนิพพาน
นัสสันตุ สัพพะทา เยวะ ยัตถะชาโต ภะเว ภะเว
มลายสิ้นจาก สันดาน ทุก ๆ ภพ ที่เราเกิด
อุชุจิตตัง สะติปัญญา สัลเลโข วิริยัม หินา
มีจิตตรง และ สติปัญญา อันประเสริฐ
พร้อมทั้ง ความเพียรเลิศ เป็นเครื่องขูด กิเลสหาย
มารา ละภันตะ โนกาสัง กาตุญจะ วิริเยสุเม
โอกาส อย่าพึงมี แก่ หมูมารทั้งสิ้น ทั้งหลาย
เป็นช่อง ประทุษร้าย ทำลายล้าง ความเพียรจม
พุทธา ทิปะวะโร นาโถ ธัมโมนาโถ วะรุต ตะโม
พระพุทธ ผู้วรนาถ พระธรรม ที่พึ่งอุดม
นาโถ ปัจเจ กะพุทโธ จะสังโฆ นาโถต ตะโร มะมัง
พระปัจเจกะ พุทะ สมทบ พระสงฆ์ ที่ผึ่งพยอง
เตโสต ตะมา นุภาเวนะ มาโร กาสัง ละภันตุ มา
ด้วยอานุภาพ นั้น อย่าเปิดโอกาส ให้แก่มาร (เทอญ)
บทแผ่เมตตาให้ตนเอง
อะหังสุขิโตโหมิ
ขอให้ ข้าพเจ้า มีความสุข
อะหังนิททุกโขโหมิ
ขอให้ ข้าพเจ้า ปราศจากความทุกข์
อะหัง อะเวโรโหมิ
ขอให้ ข้าพเจ้า ปราศจากเวร
อะหังอัพยาปัชโฌโหมิ
ขอให้ ข้าพเจ้า ปราศจากอุปสรรคอันตราย ทั้งปวง
สุขีอัตตานังปะริหะรามิ
ขอให้ ข้าพเจ้า จงมีความสุขกาย สุขใจ รักษากายวาจาใจ ให้พันจากความทุกข์ภัย ทั้งปวงเถิด
บทแผ่เมตตาให้ผู้อื่น หรือ บทแผ่เมตตาทั่วไป
สัพเพสัตตา สัตว์ทั้งหลาย ที่เป็นเพื่อนทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกันหมด ทั้งสิ้น
อะเวรา โหนตุ จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้มีเวรแก่กัน และ กันเลย
อัพพะยาปัชฌาโหนตุ จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้ เบียดเบียน ซึ่งกัน และ กันเลย
อะนีฆาโหนตุ จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้ มีความทุกข์กาย ทุกข์ใจเลย
สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ จงมีความสุขกาย สุขใจ รักษาตน ให้พ้นจาก ทุกข์ภัย ทั้งหมดทั้งสิ้น เทอญ
แผ่นทอง เหนือดวง หลวงปู่ศิลา พุทธคุณครบทุกด้าน
สั่งซื้อแผ่นทองเหนือดวง
ทำวัตรเช้า คืออะไร
ทำวัตรเช้า คือการสวดมนต์และประกอบพิธีทางพุทธศาสนาในช่วงเช้า เพื่อระลึกถึงคุณพระรัตนตรัย ได้แก่ พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์
เป็นกิจวัตรที่พระสงฆ์ปฏิบัติเป็นประจำ และพุทธศาสนิกชนสามารถปฏิบัติตามได้ ทั้งที่วัดและที่บ้าน การทำวัตรเช้ามักประกอบด้วย
การไหว้พระ บทสรรเสริญพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ บทแผ่เมตตา และการตั้งจิตอธิษฐาน
จุดมุ่งหมายสำคัญคือการฝึกสติ สมาธิ และเริ่มต้นวันใหม่ด้วยจิตใจที่สงบ ตั้งมั่น และพร้อมทำความดี
นอกจากเป็นการปฏิบัติตามหลักศาสนาแล้ว การทำวัตรเช้ายังช่วยปรับอารมณ์ ลดความฟุ้งซ่าน เสริมพลังใจ และปลูกฝังความมีระเบียบวินัยทางจิตใจ
แม้ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที แต่สามารถช่วยให้ทั้งวันดำเนินไปอย่างมีสติ และเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตได้อย่างยั่งยืน
วิธีเตรียมตัว ทำวัตรเช้า
1. ตื่นเช้าและเตรียมกายให้พร้อม
ตื่นให้มีเวลาพอ ไม่เร่งรีบ ล้างหน้า อาบน้ำ หรือชำระกายให้สะอาด สวมเสื้อผ้าที่สุภาพ สบาย และเหมาะกับการนั่งสวดมนต์
2. จัดสถานที่ให้สงบและเรียบร้อย
เลือกมุมที่เงียบ สะอาด อากาศถ่ายเทดี หากมีหิ้งพระหรือมุมบูชา จัดให้เป็นระเบียบ ไม่จำเป็นต้องมีของครบทุกอย่าง สำคัญที่ความตั้งใจ
3. เตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็น
-
หนังสือบทสวดทำวัตรเช้า (หรือไฟล์ในมือถือ)
-
เสื่อหรือหมอนรองนั่ง
-
ธูป เทียน (ถ้าสะดวก ไม่จุดก็ได้)
4. ตั้งจิตให้สงบก่อนเริ่มสวด
นั่งในท่าที่สบาย หลับตาเบา ๆ หายใจลึก ๆ 2–3 ครั้ง วางเรื่องกังวลไว้ชั่วคราว แล้วตั้งใจน้อมจิตบูชาพระรัตนตรัย
5. สวดมนต์ด้วยสติ ไม่รีบร้อน
สวดช้า ๆ ชัดเจน รู้ตัวตามบทสวด ไม่จำเป็นต้องสวดครบทุกบท หากเวลาจำกัด สวดเท่าที่ทำได้อย่างสม่ำเสมอ
6. แผ่เมตตาและตั้งเจตนาที่ดี
หลังสวด ควรแผ่เมตตาให้ตนเองและผู้อื่น ตั้งใจว่าจะดำเนินชีวิตด้วยสติ คิดดี พูดดี ทำดี ตลอดวัน
อานิสงส์ของการ ทำวัตรเช้า
การทำวัตรเช้าเป็นกิจวัตรที่มีคุณค่าในพระพุทธศาสนา ไม่เพียงเป็นการสวดมนต์ตามแบบแผน
แต่ยังเป็นการฝึกจิตใจให้สงบ ตั้งมั่น และมีสติ ส่งผลดีทั้งต่อจิตใจ การดำเนินชีวิต และการปฏิบัติธรรม
1. เริ่มต้นวันด้วยจิตใจที่สงบ
การทำวัตรเช้าช่วยปรับอารมณ์ให้ผ่อนคลาย ลดความฟุ้งซ่าน และเตรียมใจให้พร้อมรับสิ่งต่าง ๆ ในวันใหม่
2. เสริมสติและสมาธิ
การสวดมนต์อย่างมีสติ ช่วยให้จิตใจจดจ่อ ลดความวอกแวก และเพิ่มความตั้งมั่นในการคิดและการกระทำ
3. ระลึกถึงคุณพระรัตนตรัย
การทำวัตรเช้าเป็นการน้อมใจระลึกถึง พระพุทธคุณ พระธรรมคุณ และพระสังฆคุณ ช่วยยึดเหนี่ยวจิตใจให้อยู่ในทางที่ถูกต้อง
4. ปลูกฝังความมีระเบียบวินัยทางใจ
การทำวัตรเช้าอย่างสม่ำเสมอ ช่วยสร้างนิสัยที่ดี และความสม่ำเสมอในการปฏิบัติธรรม
5. เสริมพลังใจและความเข้มแข็งทางอารมณ์
ช่วยให้เกิดความอุ่นใจ มีกำลังใจ พร้อมเผชิญปัญหาและอุปสรรคด้วยสติ
6. ลดความเครียดและความกังวล
เสียงสวดและการตั้งจิต ช่วยให้จิตใจผ่อนคลาย ลดความตึงเครียดสะสม
7. เสริมความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต
ตามความเชื่อ การทำวัตรเช้า เป็นการเริ่มต้นวันด้วยสิ่งดีงาม ช่วยให้ชีวิตดำเนินไปอย่างราบรื่น
สรุปการ ทำวัตรเช้า
การทำวัตรเช้า เป็นกิจวัตรสำคัญในพระพุทธศาสนา ที่ช่วยให้ผู้ปฏิบัติเริ่มต้นวันใหม่ด้วยจิตใจที่สงบและมีสติ
การสวดทำวัตรเช้าเป็นการระลึกถึงคุณพระรัตนตรัย ได้แก่ พระพุทธคุณ พระธรรมคุณ และพระสังฆคุณ ซึ่งช่วยยึดเหนี่ยวจิตใจให้อยู่ในทางที่ถูกต้อง
การทำวัตรเช้าอย่างสม่ำเสมอ ช่วยเสริมสมาธิ ลดความฟุ้งซ่าน และปรับอารมณ์ให้พร้อมเผชิญกิจกรรมต่าง ๆ
ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน การเรียน หรือการดำเนินชีวิตทั่วไป
นอกจากนี้ ยังช่วยปลูกฝังความมีระเบียบวินัยทางใจ และเสริมพลังใจให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น
แม้จะใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที แต่การทำวัตรเช้าด้วยใจตั้งมั่น สามารถสร้างความสงบภายใน และเสริมความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต
เมื่อเริ่มต้นวันด้วยความดีและสติ ย่อมช่วยให้ทั้งวันดำเนินไปอย่างราบรื่นและมีคุณค่าอย่างยั่งยืน



หนึ่งความเห็นตอบกลับที่ “7 บทสวดมนต์ ทำวัตรเช้า เสริมบารมี ชีวิตรุ่งเรือง มั่งคั่งร่ำรวย 2569”
เป็นบทสวดมนต์ทำวัตรเช้าที่ยาวมากค่ะ แต่พอได้ทดลองปฎิบัติจริงแค่ครึ่งชั่วโมงก็สวดเสร็จล่ะ สวดแล้วรู้สึกสบายใจ
ขอบคุณมากค่ะ