บทสวดชินบัญชร เป็นหนึ่งในบทสวดมนต์ที่พุทธศาสนิกชนไทยให้ความเคารพศรัทธาอย่างสูง เชื่อกันว่าเป็นบทสวดที่มีพุทธานุภาพในการคุ้มครอง ป้องกันภัย
และเสริมความเป็นสิริมงคลแก่ผู้สวดมาอย่างยาวนาน บทสวดชินบัญชรมีที่มาจากคาถาที่แต่งโดย สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี)
พระเกจิอาจารย์ผู้เป็นที่เลื่อมใสศรัทธาในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ คำว่า “ชินบัญชร” มีความหมายโดยนัยถึง เกราะคุ้มครองแห่งพระชินเจ้า
เนื้อหาของบทสวดกล่าวถึงการอัญเชิญพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ และพระสังฆคุณ รวมถึงพระอรหันต์ในอดีต มาปกปักรักษาผู้สวดให้พ้นจากอันตรายและสิ่งไม่ดีทั้งปวง
ในปัจจุบัน บทสวดชินบัญชรนิยมสวดในชีวิตประจำวัน ทั้งก่อนนอน ตอนเช้า หรือในยามที่ต้องการความอุ่นใจ การสวดอย่างสม่ำเสมอช่วยให้จิตใจสงบ มีสมาธิ
ลดความหวาดกลัว และเสริมพลังใจในการดำเนินชีวิต บทสวดชินบัญชรจึงไม่ใช่เพียงบทสวดเพื่อความคุ้มครองเท่านั้น แต่ยังเป็นการเตือนใจให้ผู้สวดดำเนินชีวิตด้วยสติ ความไม่ประมาท
และยึดมั่นในคุณความดี เมื่อน้อมนำคำสอนไปใช้ควบคู่กับศรัทธา ย่อมช่วยให้ชีวิตร่มเย็น มั่นคง และเป็นสิริมงคลอย่างยั่งยืน
ก่อนสวดคาถาชินบัญชรให้เริ่มต้นด้วยการตั้ง นะโม 3 จบ
นะโมตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
นะโมตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
นะโมตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
บทสวดชินบัญชร
ปุตตะกาโม ละเภปุตตัง ธะนะกาโม ละเภธะนัง
อัตถิกาเย กายะญายะ เทวานัง ปิยะตัง สุตตะวา
อิติปิโส ภะคะวา ยะมะราชาโน ท้าวเวสสุวัณโณ
มรณัง สุขัง อะระหังสุคะโต นะโมพุทธายะ
-
- ชะยาสะนากะตา พุทธา เชตวา มารัง สะวาหะนัง
จะตุสัจจาสะภัง ระสัง เย ปิวิงสุ นะราสะภา. - ตัณหังกะราทะโย พุทธา อัฏฐะวีสะติ นายะกา
สัพเพ ปะติฏฐิตา มัยหัง มัตถะเกเต มุนิสสะรา. - สีเส ปะติฏฐิโต มัยหัง พุทโธ ธัมโม ทะวิโลจะเน
สังโฆ ปะติฏฐิโต มัยหัง อุเร สัพพะคุณากะโร. - หะทะเย เม อะนุรุทโธ สารีปุตโต จะทักขิเณ
โกณฑัญโญ ปิฏฐิภาคัสมิง โมคคัลลาโน จะ วามะเก. - ทักขิเณ สะวะเน มัยหัง อาสุง อานันทะ ราหุโล
กัสสะโป จะ มะหานาโม อุภาสุง วามะโสตะเก. - เกสันเต ปิฏฐิภาคัสมิง สุริโย วะ ปะภังกะโร
นิสินโน สิริสัมปันโน โสภิโต มุนิปุงคะโว - กุมาระกัสสโป เถโร มะเหสี จิตตะ วาทะโก
โส มัยหัง วะทะเน นิจจัง ปะติฏฐาสิคุณากะโร. - ปุณโณ อังคุลิมาโร จะ อุปาลี นันทะ สีวะลี
เถรา ปัญจะ อิเม ชาตา นะลาเต ติละกา มะมะ. - เสสาสีติ มะหาเถรา วิชิตา ชินะสาวะกา
เอเตสีติ มะหาเถรา ชิตะวันโต ชิโนระสา
ชะลันตา สีละเตเชนะ อังคะมังเคสุ สัณฐิตา. - ระตะนัง ปุระโต อาสิ ทักขิเณ เมตตะ สุตตะกัง
ธะชัคคัง ปัจฉะโต อาสิ วาเม อังคุลิมาละกัง - ขันธะโมระปะริตตัญจะ อาฏานาฏิยะ สุตตะกัง
อากาเส ฉะทะนัง อาสิ เสสา ปาการะสัณฐิตา - ชินา นานาวะระสังยุตตา สัตตัปปาการะ ลังกะตา
วาตะปิตตาทะสัญชาตา พาหิรัช ฌัตตุปัททะวา. - อะเสสา วินะยัง ยันตุ อะนันตะชินะ เตชะสา
วะสะโต เม สะกิจเจนะ สะทา สัมพุทธะปัญชะเร. - ชินะปัญชะระมัชฌัมหิ วิหะรันตัง มะฮี ตะเล
สะทา ปาเลนตุ มัง สัพเพ เต มะหาปุริสาสะภา. - อิจเจวะมันโต สุคุตโต สุรักโข
ชินานุภาเวนะ ชิตุปัททะโว
ธัมมานุภาเวนะ ชิตาริสังโฆ
สังฆานุภาเวนะ ชิตันตะราโย
สัทธัมมานุภาวะปาลิโต จะรามิ ชินะ ปัญชะเรติ.
- ชะยาสะนากะตา พุทธา เชตวา มารัง สะวาหะนัง
สร้อยข้อมือปี่เซียะ ปลุกเสกจากฮ่องกง หวังต้าเซียน
สั่งซื้อสร้อยข้อมือปี่เซียะ
บทสวดชินบัญชร แปล
1. พระพุทธเจ้า และ พระนราสภา ทั้ง หลาย ผู้ ประ ทับ นั่ง แล้ว บน ชัยบัลลังก์
ทรง พิ ชิต พระ ยา มา รา ธิราช ผู้ พรั่ง พร้อม ด้วย เสนา ราชพาหนะ แล้ว เสวย อมตรส คือ
อริยะ สัจธรรม ทั้ง สี่ ประการ เป็น ผู้ นำ สรรพสัตว์ ให้ ข้าม พ้น จาก กิเลส และ กองทุกข์
2. มี ๒๘ พระองค์ คือ พระ ผู้ ทรง พระ นาม ว่า ตัณหังกร เป็นต้น พระพุทธเจ้า ผู้ จอมมุนี ทั้ง หมด นั้น
3. ข้า พระพุทธเจ้า ขอ อัญ เชิญ มา ประดิษฐาน เหนือ เศียร เกล้า
องค์ สมเด็จ พระสัมมา สัมพุทธเจ้า ประดิษฐาน อยู่ บน ศีรษะ
พระธรรม อยู่ ที่ ดวงตา ทั้ง สอง
พระสงฆ์ ผู้ เป็น อากร บ่อ เกิด แห่ง สรรพคุณ อยู่ ที่ อก
4. พระอนุรุทธะ อยู่ ที่ ใจ พระสารีบุตร อยู่ เบื้อง ขวา
พระโมคคัลลาน์ อยู่ เบื้อง ซ้าย พระอัญญาโกณทัญญะ อยู่ เบื้อง หลัง
5. พระอานนท์ กับ พระราหุล อยู่ หู ขวา
พระกัสสะปะ กับ พระมหานามะ อยู่ ที่ หู ซ้าย
6. มุ นี ผู้ ประเสริฐ คือ พระโสภิตะ ผู้ สมบูรณ์ ด้วย สิริ ดัง พระอาทิตย์ ส่องแสง
อยู่ ที่ ทุก เส้นขน ตลอด ร่าง ทั้ง ข้าง หน้า และ ข้าง หลัง
7. พระเถระกุมาระกัสสะปะ ผู้ แสวงบุญ ทรงคุณ อัน วิเศษ
มี วาทะ อันวิจิตร ไพเราะ อยู่ ปาก เป็น ประจำ
8. พระปุณณะ พระอังคุลิมาล พระอุบาลี พระนันทะ และ พระสีวะลี
พระเถระ ทั้ง ๕ นี้ จง ปรากฏ เกิด เป็น กระแจะ จุณเจิม ที่ หน้า ผาก
9. ส่วน พระอสีติมหาเถระ ที่เหลือ ผู้ มีชัย และ เป็น พระโอรส
เป็น พระสาวก ของ พระพุทธเจ้า ผู้ ทรงชัย แต่ ละ องค์ ล้วน
รุ่งเรือง ไพโรจน์ ด้วย เดช แห่ง ศีล ให้ ดำรง อยู่ ทั่ว อวัยวะ น้อย ใหญ่
10. พระรัตนสูตร อยู่ เบื้อง หน้า พระเมตตาสูตร อยู่ เบื้อง ขวา
พระอังคุลิมาลปริตร อยู่ เบื้อง ซ้าย พระ ธชัคคะสูตร อยู่ เบื้อง หลัง
11. พระขันธปริตร พระโมรปริตร และ พระอาฏานาฏิยสูตร
เป็น เครื่อง กางกั้น ดุจ หลังคา อยู่ บน นภากาศ
12. อนึ่ง พระชินเจ้า ทั้ง หลาย นอก จาก ที่ ได้ กล่าว มา แล้ว นี้
ผู้ ประกอบ พร้อม ด้วย กำลัง นานา ชนิด มี ศีลาทิคุณ อัน มั่น คง
สัตตะปราการ เป็น อาภรณ์ มา ตั้ง ล้อม เป็น กำแพง คุ้มครอง เจ็ด ชั้น
13. ด้วย เดชานุภาพ แห่ง พระอนันตชินเจ้า ไม่ ว่า จะ ทำ กิจการ ใด ๆ
เมื่อ ข้าพระพุทธเจ้า เข้า อาศัย อยู่ ใน พระบัญชร แวดวง กรง ล้อม
แห่ง พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ขอ โรค อุปัทวะ ทุกข์ ทั้ง ภาย นอก และ ภาย ใน
อัน เกิด แต่ โรค ร้าย คือ โรคลม และ โรค ดี เป็นต้น
เป็น สมุฏฐาน จง กำจัด ให้ พินาศ ไป อย่า ได้ เหลือ
14. ขอ พระมหาบุรุษ ผู้ ทรง พระคุณ อัน ล้ำเลิศ ทั้ง ปวง นั้น
จง อภิบาล ข้า พระพุทธเจ้า ผู้ อยู่ ใน ภาคพื้น ท่าม กลาง พระชินบัญชร
ข้าพระพุทธเจ้า ได้ รับ การ คุ้มครอง ปกปัก รักษา ภาย ใน เป็น อัน ดี ฉะ นี้ แล
15. ข้าพระพุทธเจ้า ได้ รับ การ อภิบาล ด้วย คุณา นุภาพ แห่ง สัทธรรม
จึง ชนะ เสีย ได้ ซึ่ง อุปัทว อันตราย ใด ๆ ด้วย อานุภาพ แห่ง พระชินะ พุทธเจ้า
ชนะ ข้า ศึก ศัตรู ด้วย อานุภาพ แห่ง พระธรรม ชนะ อันตราย ทั้ง ปวง ด้วย อานุภาพ
แห่ง พระสงฆ์ ขอ ข้าพระพุทธเจ้า จง ได้ ปฏิบัติ และ รักษา ดำเนิน ไป โดย สวัสดี เป็น นิจนิรันดร เทอญ ฯ
บทสวดคาถาชินบัญชร แบบย่อ
ชินะปัญชะระ ปะริตังมัง รักขะตุ สัพพะทา (สวด 10 จบ)
วิธีสวด บทชินบัญชร ให้ได้ผล
1. ตั้งจิตให้สงบก่อนสวด
ก่อนเริ่มสวด ควรนั่งในท่าที่สบาย หลับตาเบา ๆ หายใจลึก ๆ 2–3 ครั้ง วางเรื่องกังวล แล้วตั้งใจน้อมจิตระลึกถึงคุณพระรัตนตรัย
2. เริ่มด้วยการไหว้พระและนะโม 3 จบ
กล่าว “นะโม ตัสสะ ภควโต อรหโต สัมมาสัมพุทธัสสะ” 3 จบ เพื่อเป็นการตั้งจิตบูชาพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์
3. สวดบทชินบัญชรด้วยสติ ไม่รีบร้อน
สวดช้า ๆ ชัดถ้อยชัดคำ รู้ตัวตามเสียงสวด ไม่สวดเร็วหรือข้ามบท สำคัญที่ใจตั้งมั่น มากกว่าจำนวนจบ
4. สวดอย่างสม่ำเสมอ
ควรสวดเป็นประจำ เช่น
-
ก่อนนอน
-
ตอนเช้า
-
หรือสวดทุกวันอย่างน้อยวันละ 1 จบ ความสม่ำเสมอช่วยเสริมพลังใจและสมาธิ
5. ตั้งจิตอธิษฐานอย่างสุจริต
หลังสวดเสร็จ ให้แผ่เมตตา แล้วอธิษฐานขอให้เกิดความปลอดภัย ความสงบ และความเจริญในทางที่ถูกต้อง
6. นำคำสอนไปใช้ในชีวิตจริง
ผลของการสวดจะยั่งยืน เมื่อผู้สวดประพฤติดี มีสติ ไม่ประมาท และทำความดีควบคู่ไปด้วย
สวดบทชินบัญชร เวลาไหนดีที่สุด
จริง ๆ แล้ว บทชินบัญชรสามารถสวดได้ทุกเวลา แต่มีช่วงเวลาที่นิยมและเหมาะสมเป็นพิเศษ ดังนี้
1. ก่อนนอน (นิยมที่สุด)
เป็นเวลาที่จิตใจสงบ ไม่มีภารกิจรบกวน ช่วยให้จิตคลายกังวล นอนหลับสบาย และเชื่อกันว่าเป็นการเสริมการคุ้มครองตลอดคืน
2. ตอนเช้า
เหมาะสำหรับเริ่มต้นวันใหม่ด้วยจิตใจที่มั่นคง ช่วยเสริมพลังใจ ความกล้า และสติพร้อมรับมือกับเรื่องต่าง ๆ ในวันนั้น
3. ยามมีความกังวล หรือรู้สึกไม่สบายใจ
สามารถสวดได้ทันที เพื่อให้จิตใจสงบ คลายความกลัว และตั้งหลักทางใจ
4. ก่อนเดินทาง หรือก่อนทำสิ่งสำคัญ
นิยมสวดเพื่อเสริมความอุ่นใจ และเป็นสิริมงคลก่อนเริ่มกิจกรรมสำคัญ
ประวัติ บทสวดมนต์ชินบัญชร
บทสวดชินบัญชร เป็นบทสวดสำคัญที่มีความศักดิ์สิทธิ์ และได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในประเทศไทย
เชื่อกันว่าเป็นบทสวดที่ให้พลังคุ้มครอง ป้องกันภัย และเสริมความเป็นสิริมงคลแก่ผู้สวด
บทสวดชินบัญชรมีที่มาจาก คาถาชินบัญชร ซึ่งแต่งขึ้นโดย สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี)
พระเกจิอาจารย์ผู้มีชื่อเสียงและเป็นที่เคารพศรัทธาอย่างสูง ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น
ท่านเป็นผู้มีความเชี่ยวชาญด้านพระพุทธศาสนา และการแต่งบทสวดคาถาเพื่อเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจแก่พุทธศาสนิกชน
คำว่า “ชินบัญชร” แปลความหมายโดยนัยว่า เครื่องคุ้มครองของพระชินเจ้า หรือเกราะป้องกันแห่งพระพุทธเจ้า
เนื้อหาของบทสวดกล่าวถึงการอัญเชิญพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ รวมถึงพระพุทธเจ้าและพระอรหันต์ในอดีต
มาปกปักรักษาผู้สวดให้พ้นจากอันตรายและสิ่งไม่ดีทั้งปวง ในอดีต บทสวดชินบัญชรนิยมสวดในหมู่พระสงฆ์
และผู้ปฏิบัติธรรมเพื่อเสริมพลังจิตและความมั่นคงทางใจ ต่อมาจึงแพร่หลายสู่พุทธศาสนิกชนทั่วไป
นิยมสวดในชีวิตประจำวัน ก่อนนอน ตอนเช้า หรือในยามที่ต้องการความอุ่นใจและกำลังใจ บทสวดชินบัญชรจึงไม่เพียงเป็นบทสวดเพื่อความคุ้มครอง
แต่ยังเป็นการเตือนใจให้ผู้สวด ระลึกถึงคุณพระรัตนตรัย และดำเนินชีวิตด้วยสติ ความไม่ประมาท ควบคู่กับการทำความดีอย่างสม่ำเสมอ
อานิสงส์ของ บทสวดชินบัญชร
บทสวดชินบัญชร เป็นบทสวดที่พุทธศาสนิกชนให้ความเคารพศรัทธาอย่างสูง เชื่อกันว่ามีพุทธานุภาพในการคุ้มครอง ป้องกันภัย
และเสริมความเป็นสิริมงคลแก่ผู้สวด หากสวดด้วยจิตตั้งมั่นและศรัทธาอย่างแท้จริง ย่อมเกิดอานิสงส์ทั้งทางกาย ใจ และการดำเนินชีวิต
1. คุ้มครองป้องกันภัยอันตราย
เชื่อว่าพุทธคุณในบทสวด ช่วยปกปักรักษาจากอันตราย ภัยร้าย และสิ่งไม่ดีทั้งหลาย
2. เสริมความอุ่นใจและความมั่นคงทางจิตใจ
ผู้สวดจะเกิดความสบายใจ ไม่หวาดกลัว มีพลังใจในการเผชิญปัญหาและอุปสรรค
3. ช่วยให้จิตใจสงบและมีสมาธิ
การสวดชินบัญชรช่วยให้จิตใจนิ่ง ลดความฟุ้งซ่าน และเสริมสมาธิในการดำเนินชีวิต
4. เสริมสิริมงคลแก่ชีวิตและครอบครัว
เชื่อว่าบ้านหรือสถานที่ที่สวดเป็นประจำ จะมีบรรยากาศแห่งความสงบและร่มเย็น
5. ปลูกฝังสติและความไม่ประมาท
เนื้อหาบทสวดช่วยเตือนใจ ให้ระลึกถึงคุณพระรัตนตรัย และการทำความดี
6. เป็นกำลังใจในยามคับขัน
นิยมสวดในยามเจ็บป่วย เดินทาง หรือเผชิญเหตุไม่แน่นอน เพื่อเสริมความมั่นใจและพลังใจ
สรุปบทสวดชินบัญชร
บทสวดชินบัญชร เป็นบทสวดที่พุทธศาสนิกชนไทยให้ความเคารพศรัทธาอย่างสูง เชื่อกันว่ามีพุทธานุภาพในการคุ้มครอง ป้องกันภัย
และเสริมความเป็นสิริมงคลแก่ผู้สวด บทสวดชินบัญชรมีที่มาจากคาถาที่แต่งโดย สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี)
พระเกจิอาจารย์ผู้เป็นที่เคารพในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ เนื้อหาของบทสวดกล่าวถึงการอัญเชิญพุทธคุณ พระธรรมคุณ และพระสังฆคุณ
รวมถึงพระอรหันต์ในอดีต มาปกปักรักษาผู้สวด ผู้ที่สวดบทชินบัญชรเป็นประจำ เชื่อว่าจะช่วยให้จิตใจสงบ มีสมาธิ ลดความหวาดกลัว และมีกำลังใจในการดำเนินชีวิต
บทสวดชินบัญชรจึงไม่เพียงเป็นบทสวดเพื่อความคุ้มครอง แต่ยังเป็นการเตือนใจให้ดำเนินชีวิตด้วยสติ ความไม่ประมาท และยึดมั่นในความดีอย่างสม่ำเสมอ
เมื่อสวดด้วยศรัทธาและนำคำสอนไปใช้ ย่อมช่วยให้ชีวิตร่มเย็น สงบ และยั่งยืน



หนึ่งความเห็นตอบกลับที่ “บทสวดชินบัญชร เสริมโชคลาภ เพิ่มบารมี”
สวดแล้วดีค่ะ สาธุ สาธุ สาธุ